ตำรวจ ขวัญใจแม่ค้า แม่ขาย

ย้อนกลับไป เมื่อปี พ.ศ. 2555 แม่ค้า แม่ขายในกรุงเทพ ต่อให้ไม่ได้ทำความผิดแล้วโดนจับ หรือไม่มีธุระอะไร ก็พยามหาเรื่องไป กก.3 บก.ปอศ. (รับผิดชอบความผิดเกี่ยวกับลิขสิทธิ์พื้นที่กรุงเทพฯ) กันน่าดู เพราะยุคนั้น มี ผกก.หนุ่มหล่อ มาดเนี้ยบ งานเยี่ยม ใจดี ชื่อ “พ.ต.อ.กฤษฏา กาญจนอลงกรณ์” แถมยังมี รอง ผกก.ชื่อ “พ.ต.ท.ทรงโปรด สิริสุขะ” ก็ไม่แปลกที่จะเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาแม่ค้าทั้งหลายกันครับ

การปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการตำรวจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในภาวะการถูกจับจ้องของสื่อโซเชียลในยุคปัจจุบัน

วันที่ 8 เม.ย.69 เวลา 08.30 น.
พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1
ได้รับการเรียนเชิญ จาก พล.ต.ต.กิตติ สกุณี ผบก.ภ.จว.อ่างทอง
ให้เป็นวิทยากรบรรยายในพิธีประดับยศของข้าราชการตำรวจผู้สำเร็จการฝึกอบรม ข้าราชการตำรวจ ชั้นประทวน ยศ ด.ต. อายุ ๕๓ ปี เพื่อเลื่อนตำแหน่งสัญญาบัตร
ในหัวข้อ “การปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการตำรวจในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในภาวะการถูกจับจ้องของสื่อโซเชียลในยุคปัจจุบัน”
ณ ห้องประชุม ศปก.ภ.จว.อ่างทอง
ผลการดำเนินการเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ข้าราชการตำรวจที่เข้ารับการอบรมได้รับความรู้ความเข้าใจในการบรรยายดังกล่าว และจะนำความรู้ที่ได้จากการบรรยายไปปรับใช้กับการทำงานในหน้าที่ของตนเองต่อไป

“เมาไม่ขับ” ปีใหม่ไทย = สงกรานต์ 2569

ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 vเปิดเผยว่าทาง พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 ได้มีการ ต้องการให้ช่วยประชาสัมพันธ์ นโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดังนี้

ด้วยกองสารนิเทศ (สท.) ได้จัดทำสปอร์ตประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้แนวคิดสื่อ ✅✨ รณรงค์ “เมาไม่ขับ” ปีใหม่ไทย = สงกรานต์ 2569 ก้าวสู่ปีใหม่ไทย 2569 ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ทุกท่านและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง สุขภาพแข็งแรง และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการ ด้วยความปรารถนาดีจาก สำนักงานตำรวจแห่งชาติในการนี้ สท. ขอความร่วมมือจากหน่วยของท่าน โปรดพิจารณาเผยแพร่สปอร์ตดังกล่าวไปยังข้าราชการตำรวจในสังกัดทุกระดับ จนถึงระดับสถานีตำรวจ/กองกำกับการ รวมทั้งเผยแพร่สู่ประชาชนผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของหน่วยงาน อาทิ Facebook, TikTok หรือสื่อออนไลน์อื่นของหน่วยงานทั้งนี้ ขอความกรุณารายงานผลการดำเนินการให้ สท. ทราบ เพื่อจักได้นำเรียนผู้บังคับบัญชาต่อไปจึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา และขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

📍ขออนุญาตแนบลิงก์สำหรับเผยแพร่ ดังนี้ 👇https://www.facebook.com/share/v/1DMgohTfzU/?mibextid=wwXIfrhttps://vt.tiktok.com/ZSHm2DwVd/

แฉขบวนการแอบอ้างลิขสิทธิ์เพลง รีดเงินเหยื่อทั่วประเทศ พุ่งเกือบ 600 คดี เตรียมร้องตำรวจภาค 5 เอาผิดทั้งเครือข่าย

ช็อกวงการลูกทุ่ง “ธงชัย สว่างวงศ์” เปิดใจทั้งน้ำตา แฉขบวนการแอบอ้างลิขสิทธิ์เพลง “รักสาวลูกสอง” รีดเงินเหยื่อทั่วประเทศ พุ่งเกือบ 600 คดี เตรียมร้องตำรวจภาค 5 เอาผิดทั้งเครือข่าย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 เมษายน 2569 ที่ เดอะการ์เด้น จังหวัดเชียงใหม่ ธงชัย สว่างวงศ์ ศิลปินนักร้องชื่อดัง เจ้าของบทเพลง “รักสาวลูกสอง” ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดเผยข้อเท็จจริง กรณีเกิดกระแสดราม่าลิขสิทธิ์เพลงที่ลุกลามไปทั่วประเทศ จนมีผู้เสียหายจำนวนมาก

บรรยากาศภายในห้องประชุมเป็นไปอย่างตึงเครียด โดยมีทั้งนักร้อง ผู้ประกอบการ และผู้เสียหายเข้าร่วมรับฟังข้อมูล พร้อมเปิดเผยตัวเลขที่สร้างความตกใจให้กับวงการ เมื่อพบว่ามีผู้ถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับเพลงดังกล่าวกระจายอยู่ทั่วประเทศมากถึงเกือบ 600 คดี และหลายรายต้องเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่จังหวัดน่านกับพนักงานสอบสวนรายเดียวกัน

ธงชัย สว่างวงศ์ เปิดใจทั้งน้ำตา ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าตนคือเจ้าของลิขสิทธิ์เพลง “รักสาวลูกสอง” โดยชอบธรรม พร้อมเล่าย้อนถึงที่มาของบทเพลงว่า แต่งขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2543 ขณะทำงานอยู่ที่สถานีวิทยุกองทัพภาคที่ 3 ภายใต้ชื่อเดิม “หัวใจถลำรัก” ก่อนจะนำไปบันทึกเสียง และเปลี่ยนชื่อเป็น “รักสาวลูกสอง” ในวันที่ 8 มกราคม 2544 ซึ่งตรงกับวันเกิดของบุตรสาว โดยตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานจากความรักและมอบให้ครอบครัว

เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการไล่จับลิขสิทธิ์หรือการเรียกรับเงินจากผู้ใดตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมระบุว่า ความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นทำให้ตนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทั้งถูกสังคมโจมตี ถูกยกเลิกงานแสดงในช่วงเทศกาลสงกรานต์เกือบ 20 งาน และสูญเสียรายได้จำนวนมาก

“ผมแต่งเพลงเพื่อให้คนฟังมีความสุข ไม่ใช่ให้ใครนำไปใช้เป็นเครื่องมือเรียกรับเงิน” ธงชัยกล่าว พร้อมแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

จากการเปิดเผยข้อมูล พบว่ามีผู้เสียหายจำนวนมาก ทั้งนักร้อง ผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนทั่วไป ถูกดำเนินคดีจากการนำเพลงไปคัฟเวอร์ ร้องสด หรือเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ โดยบางรายถูกกดดันให้จ่ายเงินหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทเพื่อยุติคดี

นอกจากระดับผู้บริหารค่ายเพลงแล้ว ยังมีกลุ่มนักร้องและข้าราชการที่ตกเป็นเหยื่ออย่างไม่เป็นธรรม เช่น “ครูเก่ง” (สงวนชื่อจริง) ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมตัวถึงบ้านพักใน จ.กำแพงเพชร เมื่อวันที่ 25 มี.ค 69 ตามหมายจับศาลจังหวัดน่าน (สาขาปัว) โดยครูเก่งระบุว่า ก่อนนั้นตนได้นำเพลงรักสาวลูกสอนคอบเวอร์ใหม่ทำเป็นสื่อการสอนดนตรีให้ลูกศิษย์ในโรงเรียนและเผยแพร่ผ่านช่องทางยูทูปเมื่อนานมาแล้ว สมัยนั้นยังไม่ได้รับความนิยม ก็ถูกดำเนินคดี แล้วมีผู้มาเจรจาไกล่เกลี่ยกดดันให้จ่ายเงินหลักแสนเพื่อจบเรื่อง แต่เมื่อไม่มีจ่ายกลับถูกคุมขังและถูกจำกัดการติดต่อกับครอบครัว จนต้องใช้เงินสด 20,000 บาท ประกันตัวออกมาสู้คดี ซึ่งครูเก่งเป็นเพียงหนึ่งในเหยื่อจำนวนมหาศาลที่ถูกขบวนการนี้ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเข้าคุกคาม และในวันที่ 14 พ.ค.69 จะต้องลาราชการเดินทางไปขึ้นศาลที่ อ.บัว จ.น่าน ข้าราชการครูคนหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร

นอกจากนี้ ยังมีกรณีของผู้พิการทางสายตาที่นำเพลงไปร้องตามสถานที่สาธารณะ เช่น ถนนคนเดิน หรือลานแสดงต่าง ๆ ก็ถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกัน และบางรายยอมจ่ายเงินเพื่อยุติปัญหา

ขณะเดียวกัน นายห้าง สุพจน์ ขันติยศ ประธานบริษัทคนเมืองเรคคอร์ด เปิดเผยว่า บริษัทของตนได้รับอนุญาตจากธงชัยอย่างถูกต้องในการนำเพลงไปผลิตเป็นมิวสิควิดีโอและเผยแพร่ผ่านช่องยูทูบของบริษัท แต่กลับถูกอีกบริษัทหนึ่งเรียกร้องค่าเสียหายสูงถึง 1 ล้านบาท โดยอ้างว่าละเมิดลิขสิทธิ์

นายห้างสุพจน์ระบุว่า บริษัทได้ดำเนินการอย่างถูกต้องทุกขั้นตอน มีเอกสารอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของเพลง และยืนยันว่านี่เป็นคดีแรกในรอบเกือบ 30 ปี ที่บริษัทถูกกล่าวหาละเมิดลิขสิทธิ์

ในขณะที่แถลงข่าวอยู่นั้น นายบัญชา ชุ่มศรี หรือ “ไวท์” นักร้องนำวง SL Music (เอสแอลมิวสิค) พร้อมสมาชิกในวง ได้เดินทางมาร่วมให้ข้อมูลและแสดงตัวเป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกขบวนการนี้คุกคามเช่นกัน โดยตนเองได้นำเพลงของ อ.ธงชัยมาร้อง เพราะผมเองสนิทกับ อ.ธงชัย ซึ่งได้รับความยินยอมโดยวาจาให้สามารถนำเพลงนี้ไปร้องเพื่อแสดงและนำเสนอความบันเทิงต่อไปได้

ด้านธงชัยยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาตนเคยอนุญาตให้มีการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เฉพาะในส่วนของต้นฉบับวัสดุ เช่น แผ่นบันทึกเสียง (CD) แต่ไม่ได้หมายความว่าการนำเพลงไปคัฟเวอร์ ร้องสด หรือแสดงบนเวทีจะเป็นความผิดแต่อย่างใด

ขณะนี้ นายธงชัยและทีมกฎหมายกำลังรวบรวมข้อมูลจากผู้เสียหายทั่วประเทศ เพื่อเตรียมดำเนินคดีกลับกลุ่มบุคคลที่แอบอ้างสิทธิ์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้บริสุทธิ์ และยุติขบวนการที่ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายในการเรียกรับผลประโยชน์

ทั้งนี้ มีรายงานว่า กลุ่มศิลปินและผู้เสียหายเตรียมเข้ายื่นเรื่องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับขบวนการดังกล่าวอย่างถึงที่สุด

กรณีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่สะท้อนปัญหาการบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ในประเทศไทย และกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั้งวงการบันเทิงและสังคมโดยรวม

ผู้สื่อข่าว แทน ต่อมสังข์

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยสุขภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ห่วงใยสุขภาพ ลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในส่วนภูมิภาค ลงพื้นที่ 4 จังหวัดภาคเหนือ แจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ผู้ได้รับผลกระทบ รวม 440,000 แสนชิ้น ฝ่าวิกฤตมหันตภัยจมฝุ่นพิษ [PM2.5เกินมาตรฐาน]
.
ระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน พ.ศ. 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล รักษาการผู้จัดการฝ่ายสาธารณภัย นำเจ้าหน้าที่แผนกสาธารณภัย และแผนกบรรเทาสาธารณภัย ลงพื้นที่ประสบภัยฝุ่นพิษ [PM2.5เกินมาตรฐาน] อาทิ อำเภอเมือง หางดง แม่ริม สันทราย ดอยสะเก็ด และสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง และอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย แจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ รวม 440,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 2 แสนบาท โดยมี มูลนิธิเชียงใหม่สามัคคีการกุศล จังหวัดเชียงใหม่ มูลนิธิลำพูนสามัคคีการกุศล จังหวัดลำพูน และมูลนิธิลําปางสงเคราะห์ จังหวัดลำปาง และมูลนิธิสาธารณกุศลสงเคราะห์เชียงราย เป็นผู้ประสานงานและร่วมแจกจ่ายในพื้นที่
.
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ตระหนักถึงวิกฤตการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก [PM2.5] โดย ศาลเจ้าไต้ฮงกง มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง บูรณาการการจัดการเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นการลดจำนวนกระถางธูปสักการบูชา การงดการเผากระดาษชุดเครื่องสักการะที่ศาลเจ้าฯ รวมถึงติดป้ายรณรงค์ขอความร่วมมือผู้มีจิตศรัทธางดจุดธูป-เทียน และแจ้งการจัดเก็บธูป-เทียนที่จุดแล้วเร็วขึ้น และจัดเจ้าหน้าที่ออกแจกจ่ายหน้ากากอนามัยแก่ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ด้วยความห่วงใย และ ตระหนักถึงสุขภาพประชาชนผู้มีจิตศรัทธาและสิ่งแวดล้อมส่วนรวม โดยตลอดระยะเวลากว่า 116 ปีของการก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มูลนิธิฯ ได้ขยายขอบข่ายโครงการต่าง ๆ ออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา เท่านั้น แต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตอีกในหลายทาง เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่ช่วยเหลือประชาชนครบวงจรในทุกๆ ด้าน ต่อไป ดังปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”
.
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมงานสาธารณกุศลมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ที่ เว็บไซต์ http://www.pohtecktung.org และ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ http://www.facebook.com/atpohtecktung
.
มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

แอปพลิเคชันและสายด่วนป่อเต็กตึ๊ง1418

ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

“นิทรรศการ ทัสสนานุตตริยะ พระบรมสารีริกธาตุ วัดปทุมวนาราม”

สงกรานต์ เริ่มต้นกับชีวิตที่ดีๆ เริ่มตั้งแต่วันที่ 6-30 เมษายน 2569 ณ “นิทรรศการ ทัสสนานุตตริยะ พระบรมสารีริกธาตุ วัดปทุมวนาราม” ศาลาบูรพาจารย์ วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 9.00 น.-18.00 น. มีโอกาสเข้ามากราบสักการะพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธเจ้า 5 พระองค์และพระอรหันตธาตุ ของพระอรหันต์สมัยพุทธกาล สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช และสมัยรัตนโกสินทร์ สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บุคคสำคัญของโลก ได้ถึงวันที่30 เมษานี้นะคะ

พรินทรศ์ /มหานครข่าวรายงาน

ภาพและข้อมูล/คุณ Sunun

พัฒนาโคขุนโคราชพรีเมียม ด้วยนวัตกรรม AI FARM

ศ.สามารถ จับโจร ต่อยอดแนวคิดพัฒนาโคขุนโคราชพรีเมียม ถ่ายทอดนวัตกรรม AI FARM สู่เกษตรกรห้วยแถลง
วันที่8เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ศาสตราจารย์ดร.สามารถจับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาว่า
ได้มีกิจกรรมต่อยอดพัฒนาโคขุน ที่ห้องประชุมศูนย์เรียนรู้ สำนักงานปศุสัตว์ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา

โดยมีการจัดกิจกรรม เสวนาวิชาการและการถ่ายทอดนวัตกรรมระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ “AI FARM”
เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้เลี้ยงโคขุน ให้สามารถนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน
อันนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานการผลิตโคขุน และผลักดันให้กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในพื้นที่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา
ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพของประเทศไทย

ในการนี้ มีผศ.ดร.สายสุนีย์ จับโจร ผอ.สำนักคอมพิวเตอร์ มรภ.นครราชสีมาและคณะไปร่วมงาน
ศาสตราจารย์ ดร.สามารถ จับโจร ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และ
นายพศวีร์ สมใจ ปศุสัตว์จังหวัดนครราชสีมา
นายก้าน ชามขุนทด ตัวแทนเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงโคขุนอำเภอด่านขุนทด
และ นายบุญเลิศ นามบัณฑิต พิธีกรในการเสวนา

กิจกรรมดังกล่าวดำเนินการภายใต้โครงการ
“การถ่ายทอดนวัตกรรมระบบบริหารจัดการฟาร์มอัจฉริยะ (AI FARM) เพื่อยกระดับรายได้ครัวเรือนของผู้เลี้ยงโคขุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน”

โดยมีเกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคขุนในพื้นที่เข้าร่วมอย่างคึกคัก
เพื่อเรียนรู้แนวทางการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นการ ต่อยอดองค์ความรู้จากโครงการถ่ายทอดนวัตกรรม
และเชื่อมโยงสู่การพัฒนาในระดับพื้นที่
รวมถึงสอดคล้องกับการขับเคลื่อนกิจกรรม “เทศกาลงัวขุนโคราช”
ที่มุ่งยกระดับศักยภาพสินค้าเกษตรและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเนื้อโคขุนในจังหวัดนครราชสีมา

ทั้งนี้ การนำเทคโนโลยี AI FARM มาใช้ จะช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างแม่นยำ
ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับคุณภาพเนื้อโคขุนสู่มาตรฐานพรีเมียม

นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมไทย
ที่ผสานองค์ความรู้ เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่น
เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

หางดงบูรณาการกำลัง 101 นาย ควบคุมไฟป่าพื้นที่บ้านปงได้สำเร็จ

วันที่ 7 เมษายน 2569 ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ รายงานผลการปฏิบัติงานประจำวัน ภายใต้การอำนวยการของ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการฯ จังหวัดเชียงใหม่

โดยนายจักรินทร์ สิรินทรภูมิ นายอำเภอหางดง ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการฯ อำเภอหางดง เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 06.30 น. จากการบูรณาการตรวจสอบร่วมกันระหว่างสถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และฝ่ายปกครองตำบลบ้านปง พบจุดไฟป่าจำนวน 3 จุด ในพื้นที่หมู่ 7 บ้านปางยาง หมู่ 10 บ้านใหม่สันคะยอม และหมู่ 11 บ้านใหม่ห้วยลึก ซึ่งเป็นกลุ่มไฟเดียวกันที่ลุกลามลงมาจากหน้าผาในพื้นที่ภูเขาสูงชัน

ต่อมา ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดเชียงใหม่ ได้แจ้งข้อมูลจุดความร้อน (Hotspot) เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 พบในพื้นที่อำเภอหางดงจำนวน 2 จุด โดยสามารถควบคุมได้แล้ว 1 จุด เหลือพื้นที่หมู่ 7 บ้านปางยาง และหมู่ 11 บ้านใหม่ห้วยลึก ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง

นายอำเภอหางดงได้ลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง พร้อมบูรณาการกำลังจากทุกภาคส่วน เข้าดำเนินการควบคุมเพลิง โดยใช้วิธีการทำแนวกันไฟล้อมพื้นที่ทั้งสองจุด จนสามารถควบคุมและดับไฟได้สำเร็จ เมื่อเวลา 17.00 น.

ภายหลังการควบคุมเพลิง ได้มอบหมายให้ชุดดับไฟหมู่บ้านเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำจากเชื้อเพลิงที่ยังคงมีความร้อนสะสม

สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้ ใช้กำลังพลรวมทั้งสิ้น 101 นาย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย สถานีควบคุมไฟป่าภูพิงค์ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอหางดง ชุดปกครองสิงห์ไฟบ้านปง ชุดเสือไฟ กำลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 33 ทหารพราน และเจ้าหน้าที่ศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่า (ส่วนหน้า) กรมป่าไม้

ทั้งนี้ การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้พื้นที่จะเป็นภูเขาสูงชันและเข้าถึงยาก โดยเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าซ้ำและลดผลกระทบจากฝุ่นละออง PM2.5 ต่อสุขภาพของประชาชน

มอบโล่เกียรติคุณให้แก่ คณะ กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ

วันนี้ (7 เม.ย.69) 🕙 เวลา 10.30 น. 👮🏻‍♀️ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ
👨🏻‍⚖️นายพงษ์พันธ์ ยอดจันทร์
อัยการจังหวัดสมุทรปราการ
👮🏻‍♀️ พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล
ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1
พร้อมด้วย รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ, ผู้แทน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11, รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, ผอ.สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรปราการ, หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ, หัวหน้า ปภ. จังหวัดสมุทรปราการ, ผกก.สภ.ในสังกัด ภ.จว.สมุทรปราการ, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสมุทรปราการ, ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดสมุทรปราการ, ที่ปรึกษา กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ และคณะ กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ

ร่วมประชุม กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ ครั้งที่ 2/2569 พร้อมมอบโล่เกียรติคุณให้แก่ คณะ กต.ตร.จังหวัดสมุทรปราการ ณ ห้องประชุมชูวงศ์ ชั้น 5 ภ.จว.สมุทรปราการ (แห่งเดิม)

“รองอธิบดีกรมการปกครอง” ลงพื้นที่พร้าว ติดตามสถานการณ์ไฟป่า

ภาคเหนือ – เชียงใหม่ “รองอธิบดีกรมการปกครอง” ลงพื้นที่พร้าว ติดตามสถานการณ์ไฟป่า ให้กำลังใจแนวหน้า

วันที่ 7 เมษายน 2569 เวลา 10.30 น. ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ รายงานว่า นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

โดยมี นางพัทธนันท์ พิทาคำ นายอำเภอพร้าว พร้อมด้วยปลัดอำเภอ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอพร้าวที่ 12 ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปสถานการณ์ไฟป่า ณ ห้องประชุมชั้น 2 ที่ว่าการอำเภอพร้าว

จากนั้น คณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจชุดอาสาดับไฟป่าในพื้นที่ตำบลป่าตุ้ม พร้อมมอบสิ่งของสนับสนุนการปฏิบัติงาน ณ จุดคัดกรองคนเข้า-ออกป่า บริเวณปากทางเข้าบ้านปางฟาน เพื่อเสริมขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครแนวหน้าที่ปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็ง

สถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยทุกภาคส่วนยังคงบูรณาการกำลังในการป้องกันและควบคุมไฟป่าอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ผลการปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ผู้สื่อข่าว : แทน ต่อมสังข์