อาลัยรัก จิตรกร ศิลปิน2,แผ่นดิน

อาลัยรัก จิตรกร ศิลปิน2,แผ่นดิน 15เมษ69 ศิลปินมรดกอีสานผ่นดิน สิ้นคนดีศรีอีสาน อำนาจเจริญ นามประเทือง ท่านสมศักดิ์ มงคลวงศ์ อดีตหน.ฝ่ายศิลป ธ.ออมสิน สนญ เป็นผู้ออกแบบปฏิทิน เกือบทุกรุ่นดั่งคำพูดอาจารย์ พูดไว้ ขอให้ชีวิตชุ่มฉ่ำดั่งปรารถนาทุกท่านทุกคนวันแห่งฮัก และแพงกัน ศิลปินที่วาดรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 มาตลอดอย่างสม่ำเสมอและวาดรูปขององค์พระเทพและรัชกาลที่ 10 ทุกพระองค์ได้เปิดหอศิลป์บ้านรักพ่อหลวงเปิดให้เข้าชมฟรี ภายในหอศิลป มีธนบัตร เก่าแก่ เหรียญ ปฎิทิน ภาพวาด ศิลป งานของอาจารย์สมศักดิ์ หาดูได้ยากมาชม กันได้ มีเพื่อน เพาะช่างศิลปินทุกภาค เพื่อนร่วมรุ่น ลูกศิษย์มาร่วมส่งอาจารย์เป็นครั้งสุดท้าย ที่อาจารย์เป็นศิลปินระดับประเทศคงไม่มีอีกแล้วคนของแผ่นดินหอศิลป์ บ้านรักพ่อหลวงสถานที่แห่งความทรงจำที่ไม่เคยลืมเลือน ในงานนี้พิธีกร ได้เชิญ พี่ต๋องเทวัญทรัพย์แสนยากรมือ แซ้กโซโฟนระดับประเทศมาเป่ากล่อมในงานศพ และก็มี พี่จ้อนินจามาแต่งบทกวีก่อนที่จะเรียนเชิญ โดยพิธีกร เรียนเชิญคุณตุ้กติ้ก พูดถึงรายละเอียดของงาน โดยสรุป และให้ลูกสาวผู้วายชนม์กล่าวประวัติ โดยสังเขป จากนั้น เชิญผู้ทอดผ้าบังสุกุุลแต่ละท่าน ได้ขึ้นทอดผ้า และได้เวลาอันสำคัญ เรียนเชิญ พ.ต ท ดร.มนต์พิพัฒน์ เอี่ยมจรัส นายกเทศมนตรีบางคูวัดจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานทอดผ้ามหาบังสุกุล เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้วายชนม์ เสร็จพิธีแล้วก็มาถ่ายรูปรวมหมู่ด้วยกัน และที่พวกเราจะ ลืม ไม่ได้เลยถือเป็นกลไก สำคัญของงานนี้ นั้นก็คือ อ.เช อิสระเล่นร้องเพลง เป็นเพื่อนใกล้ชิดสนิทกับ ผู้วายชนม์ ขนเครื่องดนตรีครบเครื่อง มาขับกล่อมเพลงในรถเคลื่อนที่ให้ด้วย แขกที่มาในงานได้ฟังกัน ทีมข่าว เรื่องจริงผ่านเลนส์ขอส่งดวงวิญญาณอาจารย์สมศักดิ์ มงคลวงศ์ ไปสู่สวรรค์ภูมิ สูงสุด ได้พบในสิ่งที่ดีๆ จะไม่ลืมผลงานที่อาจารย์ได้จารึกไว้ให้คนไทยทั้งประเทศได้จดจำ จิรันธนิน C30129รายงานข่าวพท จริง

“รถถัง-ONE” เลิกต่อความยาวสาวความยืด

“รถถัง-ONE” ลงตัว ตัดปมขัดแย้ง ONE ถอนฟ้อง บังถัง เลิกต่อความยาวสาวความยืด ชกทาเครุ ตามโปรแกรม- ONE ต้องถอนฟ้องทุกประเภทคดีทั้งแพ่งและอาญา ทั้งในประเทศและต่างประเทศ- ยกเลิกสัญญาทั้งหมด ไม่ว่าจะทำด้วยวาจาหรือลายลักษณ์อักษรที่มีมาแต่เดิมทั้งหมด- การชกในวันที่ 29 เม.ย. เป็นการชกโดยอิสระ- ขอให้รถถังไม่ดำเนินดดีทั้งแพ่งและอาญาในส่วนของลายมือชื่อ และแถลงขอโทษว่ารถถังเข้าใจผิดไปเอง- รถถังจะไม่พูดในส่วนของสัญญาปี 2022 อีกต่อไป- รถถังจะไม่มีการโพสต์พาดพิง ONE ให้ได้รับความเสียหายอีกต่อไป

ปฏิเสธ ใช้กลยุทธแผนการตลาด จุดกระแสขัดแข้ง “บังถัง”

“บิ๊กปลาย” ปฏิเสธ ใช้กลยุทธแผนการตลาด จุดกระแสขัดแข้ง “บังถัง” ยืนยัน ไม่จริงโดยสิ้นเชิง คนคิดต้องไล่ออก

กระแสประเด็นระหว่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ กับ ONE Championship ที่ถูกมองว่าอาจเป็นแผนการตลาด ด้าน “บอ๊กปลาย” จิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน วัน แชมเปียนชิพ ประเทศไทย ยืนยันชัดเจนว่าไม่ใช่แน่นอน

🗣️ “ ถ้าจะทำแผนการตลาดที่มันเสียหายขนาดนี้ เหนื่อยขนาดนี้ ผมว่าผู้บริหารการตลาดคนนั้นควรถูกไล่ออก” ประธาน วัน แชมเปียนชิพ ประเทศไทย กล่าว

สำหรับไฟต์สำคัญระหว่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ กับ ทาเครุ ในศึก ONE Samurai 1 ยังคงจัดขึ้นตามกำหนดเดิม โดยรถถังจะขึ้นชกในสถานะนักมวยอิสระ ตามข้อเสนอที่ได้ยื่นไว้

จ่ายค่าขยะ ได้ที่หน้าเคาน์เตอร์

1 พ.ค. 69 นี้ จ่ายค่าขยะ กทม. ได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ใน 7-Eleven ทุกสาขา สะดวก 24 ชม.
.
(20 เม.ย. 69) เวลา 13.00 น. นางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เป็นประธานการประชุมการแจ้งแนวทางปฏิบัติงานการรับชำระเงินค่าธรรมเนียมการจัดการมูลฝอยของกรุงเทพมหานคร ผ่านผู้ให้บริการ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด เพื่อเตรียมความพร้อมและซักซ้อมความเข้าใจในการดำเนินการตามขั้นตอนการจัดทำเอกสารด้านการเงินเมื่อมีการชำระค่าธรรมเนียมขยะผ่านช่องทางให้บริการของ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ณ จุดให้บริการร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทุกสาขา ซึ่งกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันพัฒนาระบบ Payment System ที่เชื่อมต่อการชำระเงินผ่านเว็บไซต์ และแอปพลิเคชันของ BKK WASTE PAY รองรับการชำระผ่านบัตรเครดิต, บัตรเดบิต, QR Code, ทรูมันนี่ วอลเล็ท, Alipay และ Wechat เพื่อเพิ่มช่องทางและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงจุดบริการชำระค่าธรรมเนียมขยะได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มเปิดให้บริการรับชำระในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นวันแรก เป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ และอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงจุดบริการรับชำระเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง
.

โดยในวันนี้ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักสิ่งแวดล้อม ผู้แทนสำนักการโยธา ร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 2 สำนักสิ่งแวดล้อม ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง และผู้แทนสำนักการคลัง ร่วมประชุมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

“ยานยนต์ไฟฟ้า” ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

“ศุภมาส” ชู กฎหมาย “สินค้าควบคุมฉลาก” ฉบับใหม่ของ สคบ. ตอบโจทย์คุ้มครองผู้บริโภค ยุค “ยานยนต์ไฟฟ้า“ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
.
วันนี้ (20 เมษายน 2568) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในระหว่างร่วมพิธีเปิดโรงงานผลิตรถยนต์บริษัท OMODA & JAECOO Manufacturing ประเทศไทย จำกัด ว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Carbon Neutrality) ส่งเสริมการใช้รถยนต์พลังงานสะอาด ตามนโยบาย “รถเก่าแลกรถใหม่” โดยการนำรถยนต์คันเก่า มาแลกเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ที่เป็นระบบไฟฟ้า 100% และระบบไฮบริด ตลอดจนผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้รับความสนใจจากผู้บริโภค เนื่องจากตอบโจทย์มาตรการประหยัดพลังงานและสอดคล้องกับการดำเนินชีวิตยุคใหม่ที่รัฐบาลสนับสนุน ขณะเดียวกัน ตนในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ยังให้ความสำคัญอย่างสูงสุดกับ “การคุ้มครองผู้บริโภค” ควบคู่ไปด้วย จึงได้มีการปรับปรุงกฎระเบียบ ที่สอดคล้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
.
“ในวันนี้ได้ประสานกับผู้ประกอบการ เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับประกาศฉบับล่าสุดของ สคบ. ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้รถยนต์ไฟฟ้า-รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เป็นสินค้าควบคุมฉลากอย่างเป็นทางการ โดยผู้ประกอบการต้องแสดงฉลากที่มีข้อมูลครบถ้วนและเป็นธรรม เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจและเปรียบเทียบสินค้าได้ก่อนตัดสินใจซื้อ หากผู้ประกอบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม อาจเข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนด“ นางสาวศุภมาสกล่าว
.
สำหรับข้อมูลหลักบนฉลากที่ผู้ประกอบการต้องเปิดเผยอย่างชัดเจน ได้แก่ ชื่อสินค้า รุ่น และเครื่องหมายการค้า ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตหรือนำเข้า รายละเอียดทางเทคนิคของยานยนต์ ข้อมูลแบตเตอรี่ สมรรถนะ และระยะทางการใช้งาน วิธีใช้ ข้อแนะนำ และคำเตือนด้านความปลอดภัย รวมถึงราคาและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้ายว่ากฎหมายและมาตรการของ สคบ. มิได้มีเจตนาเพื่อปิดกั้นการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการแต่อย่างใด แต่เป็นการกำหนดมาตรฐานเพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในตลาด ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะทำให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจซื้อรถยนต์ได้อย่างมั่นใจ รวดเร็ว และได้รับความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมอีกด้วย

ศิษย์เก่าดีเด่น

วันที่ 20 เมษายน 2569 ที่บริษัท แกรนด์สปอร์ต นวมินทร์ ถนนนวมินทร์ กรุงเทพมหานคร นายศิโรจน์  มิ่งขวัญ ประธานชมรมนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครสวรรค์ มอบใบประกาศเกียรติคุณ ศิษย์เก่าดีเด่น ให้กับ คุณชิดชนก โพธิ์อ่อง ผู้จัดการแผนกประชาสัมพันธ์ บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด

วัดฟลอริด้าธรรมาราม สหรัฐอเมริกา เปิดโครงการ WALK FOR WORLD PEACE

พระวิจิตรธรรมภาณี, เจ้าอาวาสวัดฟลอริด้าธรรมาราม ประเทศสหรัฐอเมริกา, ประธานอำนวยการ WALK FOR WORLD PEACE เป็นประธานเปิดโครงการ WALK FOR WORLD PEACE

๑๘ เมษายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๑.๐๐ น. พระวิจิตรธรรมภาณี เจ้าอาวาสวัดฟลอริด้าธรรมาราม ประเทศสหรัฐอเมริกา, ประธานอำนวยการ WALK FOR WORLD PEACE เป็นประธานเปิดโครงการ WALK FOR WORLD PEACE ระหว่างวันที่ ๑๙ เมษายน ถึง ๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ซึ่งพรุ่งนี้จะเป็นการเดินในวันแรก

ในการนี้มี พระครูปลัดสุวัฒนอาจารคุณ, เจ้าอาวาสวัดพุทธวิหารอัมสเตอร์ดัม โดยมีคณะสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา วัดพุทธวิหาร ชาวเนเธอร์แลนด์ เข้าร่วมพิธี

คุณอรัญญา ถมปัด /ข้อมูลและภาพ/มหานครข่าวรายงาน

ม่วนคักลำพูน! เวียงยองจัดใหญ่ สงกรานต์ปีใหม่เมือง ครั้งที่ 3

🔥“ม่วนคักลำพูน! เวียงยองจัดใหญ่ สงกรานต์ปีใหม่เมือง ครั้งที่ 3 ข่วงคนเดินแน่น เวทีนักร้องดวงดีเดือด”🔥

ลำพูน – เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น. ณ ข่วงคนเดินหมู่บ้านแม่สารป่าขาม ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ชาวบ้านตำบลเวียงยอง ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดกิจกรรม “สืบสานประเพณีสงกรานต์ ปีใหม่เมืองม่วนใจ๋ ครั้งที่ 3” อย่างคึกคัก เพื่ออนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของล้านนา

โดยมี นายดลภาค เนตรใส นายอำเภอเมืองลำพูน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นาย นรินทร์ คำสาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน, นางสาวสิริมาพร รัตนภูมิสิริ นายกเทศมนตรีตำบลเวียงยอง, นายสุชาติ อบอุ่นเชย กำนันตำบลเวียงยอง, นายเสกสรร สาคร รองนายกเทศมนตรีตำบลเวียงยอง, นางลักขณา เตชะพันธ์ รองนายกเทศมนตรีตำบลเวียงยอง ตลอดจนผู้ใหญ่บ้านทั้ง 8 หมู่บ้าน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

ภายในงานช่วงค่ำ ได้มีการจัด “ข่วงคนเดิน” จำหน่ายสินค้าชุมชน ของดีบ้านแม่สารป่าขาม และอาหารพื้นเมืองหลากหลายชนิด เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชน ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยอย่างคึกคัก

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านล้านนา อาทิ การแสดงตีกลองสะบัดชัย จากกลุ่มกลองบ้านแม่สารป่าขาม ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ร่วมงาน และการแสดง “เสน่ห์ล้านนา” จากกลุ่มเยาวชนบ้านแม่สารป่าขาม ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างงดงาม

พร้อมกันนี้ นายสุชาติ อบอุ่นเชย กำนันตำบลเวียงยอง ยังได้มอบของที่ระลึกให้แก่แขกผู้มีเกียรติและผู้ร่วมแสดง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและแสดงถึงความขอบคุณในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การประกวดร้องเพลง “นักร้องดวงดี” ซึ่งมีผู้เข้าร่วมแข่งขันจำนวน 20 คน แบ่งเป็นชาย 10 คน และหญิง 10 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากทั้ง 8 หมู่บ้านในตำบลเวียงยอง ขึ้นเวทีประชันเสียงกันอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางเสียงเชียร์จากกองเชียร์ที่มาร่วมให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม

โอกาสนี้ นายโลภาค เนตรใส นายอำเภอเมืองลำพูน ได้กล่าวเปิดงานและชื่นชมการจัดกิจกรรมของชุมชน ที่ร่วมแรงร่วมใจกันสืบสานประเพณีอันดีงาม พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

ในช่วงท้ายของงาน นายสุชาติ อบอุ่นเชย กำนันตำบลเวียงยอง ได้กล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมงานทุกภาคส่วน พร้อมกล่าวอวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่เมือง ให้ประชาชนทุกคนมีความสุข ความเจริญ และความเป็นสิริมงคล ก่อนดำเนินการมอบรางวัลให้แก่ผู้ชนะการประกวด “นักร้องดวงดี” และปิดงานลงอย่างประทับใจ

การจัดงานในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนถึงพลังความสามัคคีของคนในชุมชนตำบลเวียงยอง ที่ร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดวัฒนธรรมประเพณีล้านนาให้คงอยู่คู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

สืบฮีตฮอยล้านนาอย่างยิ่งใหญ่! บ้านกองหินจัดงานปี๋ใหม่เมือง รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุสุดอบอุ่น

เชียงใหม่ – วันที่ 17 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ณ วัดศิลานิมิตร บ้านกองหิน หมู่ที่ 6 ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่

ชาวบ้านกองหินได้พร้อมใจกันจัดกิจกรรม “สืบฮีตฮอย ประเพณีปีใหม่เมือง” ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความศรัทธา ความอบอุ่น และความสามัคคีของคนในชุมชน

กิจกรรมในช่วงเช้าเริ่มต้นด้วยพิธี “รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ” ซึ่งมีผู้สูงอายุในหมู่บ้านเข้าร่วมกว่า 30 คน โดยลูกหลานและประชาชนได้ร่วมกันแสดงความเคารพ ขอพร และแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ตามขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของชาวล้านนา ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเทศกาลปีใหม่เมืองที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน

ภายในงานได้รับความเมตตาจาก พระครูประยุตขันติคุณ รองเจ้าคณะอำเภอฮอด เจ้าอาวาสวัดศิลานิมิตร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดเชียงใหม่, นางสาวอรจนา พิมสาร นายกเทศมนตรีตำบลท่าข้าม และ นางสาวณัชธน์กมล พ่อค้า นายอำเภอฮอด ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีฝ่ายฆราวาส ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน คณะกรรมการหมู่บ้าน กลุ่มสตรี กลุ่มผู้สูงอายุ เยาวชน และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

โดย นางสาวณัชธน์กมล พ่อค้า นายอำเภอฮอด กล่าวว่า

วันนี้นับเป็นวันอันเป็นมงคลยิ่ง ได้ร่วมงานประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ (เหล็กค้ำโพธิ์) ประจำปี พุทธศักราช 2569 ขึ้น เพื่อร่วมกันสืบสานประเพณีอันดีงามของชาวล้านนา ที่ได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
การแห่ไม้ค้ำโพธิ์ มิได้เป็นเพียงพิธีกรรมตามความเชื่อที่ว่าช่วยค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อพระรัตนตรัย และเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป

อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความรัก ความสามัคคีของคนในชุมชน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดเตรียมขบวนแห่และเครื่องสักการะอย่างงดงาม เพื่อนำมาถวาย ณ วัดศิลานิมิตรแห่งนี้

การจัดงานในครั้งนี้ จะก่อให้เกิดกุศลผลบุญอันยิ่งใหญ่ ส่งผลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และมีความร่มเย็นเป็นสุขในชีวิตและครอบครัว

ในช่วงเย็น เวลา 17.00 น. ชาวบ้านกองหินได้ร่วมกันจัดขบวน “แห่เหล็กค้ำโพธิ์ โชว์งานศิลป์ เพื่อการอนุรักษ์ยั่งยืน” ภายใต้แนวคิด “ประเพณีไม่หาย ต้นไม้ยังคงอยู่” ซึ่งถือเป็นอัตลักษณ์สำคัญของชุมชน และเป็นหนึ่งเดียวในพื้นที่อำเภอฮอดที่ยังคงสืบสานประเพณีนี้อย่างเข้มแข็ง

นายไพศาล ตาวัน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านกองหิน กล่าวว่า ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ เป็นประเพณีโบราณของชาวล้านนา ที่มีความเชื่อว่าการนำไม้ไปค้ำต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ จะช่วยค้ำจุนชีวิตให้มีความเจริญรุ่งเรือง มีความมั่นคง และเป็นการสืบชะตาเสริมสิริมงคลให้แก่ตนเองและครอบครัว

ทั้งนี้ ชุมชนบ้านกองหินได้มีการพัฒนาและประยุกต์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับยุคสมัย โดยเปลี่ยนจาก “ไม้ค้ำโพธิ์” มาเป็น “เหล็กค้ำโพธิ์” เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ทนทาน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อในการก่อสร้างหรือบูรณะศาสนวัตถุภายในวัด เช่น ซุ้มประตู ศาลา โรงครัว และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดการตัดไม้ทำลายป่า สร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ซึ่งในปีนี้นับเป็นการดำเนินโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

สำหรับขบวนแห่ในปีนี้ มีการจัดอย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม จำนวน 4 ขบวน พร้อมเหล็กค้ำโพธิ์ จำนวน 6 ต้น โดยแต่ละขบวนได้ตกแต่งด้วยเครื่องสักการะล้านนาอย่างวิจิตร ได้แก่ ต้นดอก ต้นเทียน ต้นผึ้ง หมากสุ่ม และพลูสุ่ม พร้อมด้วยการฟ้อนรำพื้นเมือง การตีกลองสะบัดชัย และการบรรเลงดนตรีพื้นบ้าน สร้างความสนุกสนานและความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานและผู้ที่มาร่วมชมตลอดเส้นทาง ก่อนนำไปประกอบพิธีถวาย ณ วัดศิลานิมิตร

การจัดงานในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่าแล้ว ยังเป็นการสร้างความรัก ความสามัคคี และความเข้มแข็งให้กับชุมชน เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการทำบุญ สร้างกุศล และร่วมกันรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเอง

พระครูประยุตขันติคุณ รองเจ้าคณะอำเภอฮอด เจ้าอาวาสวัดศิลานิมิต (กองหิน) กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “แห่เหล็กค้ำโพธิ์” ว่า ทางวัดและชุมชนได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยในอดีตนิยมใช้ไม้ค้ำโพธิ์จากธรรมชาติ ก่อนจะปรับเปลี่ยนมาใช้เหล็กแทนในปัจจุบัน

ทั้งนี้ การใช้เหล็กค้ำโพธิ์ นอกจากยังคงไว้ซึ่งความเชื่อในการบูชาพระพุทธเจ้าแล้ว ยังสามารถนำวัสดุไปใช้ประโยชน์ต่อได้จริง ทั้งภายในวัดและในชุมชน เช่น งานก่อสร้าง ซ่อมแซมศาลา รวมถึงช่วยเหลือผู้ยากไร้ในพื้นที่
พระครูประยุตขันติคุณ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการดังกล่าวได้ดำเนินมาแล้วประมาณ 4 ปี และในปีนี้ถือเป็นปีที่ 4 โดยมีแนวคิดที่จะนำเหล็กไปใช้สร้างสะพานข้ามคลอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในหมู่บ้าน

พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากในอดีตการใช้ไม้ค้ำโพธิ์ต้องอาศัยการตัดไม้จากป่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว เนื่องจากต้นไม้ต้องใช้เวลานานนับสิบปีกว่าจะเติบโต หากมีการตัดใช้อย่างต่อเนื่องจะยิ่งทำให้ป่าไม้ลดลง
ดังนั้น การปรับเปลี่ยนมาใช้เหล็กค้ำโพธิ์ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันทีหลังเสร็จสิ้นพิธีกรรม สอดคล้องกับแนวคิด “ประเพณีไม่หาย ต้นไม้ยังคงอยู่” ที่มุ่งเน้นการสืบสานวัฒนธรรมควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ในโอกาสเดียวกัน พระครูประยุตขันติคุณ ยังได้อวยพรเนื่องในเทศกาลปีใหม่เมือง ขอให้ประชาชนมีความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง และมีความสามัคคีในชุมชน

แทน ต่อมสังข์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดลำพูน รายงาน

พม่าทำเงินหล่นเกือบแสน! ตม.สมุทรสาคร เร่งสืบหาข้อมูลจนส่งคืนเจ้าของสำเร็จ

เมื่อ 15 เม.ย.68 เวลาประมาณ 18.00 น. ตม.จว.สมุทรสาครได้รับการประสานจากห้างสรรพสินค้าย่านกระทุ่มแบน และสายตรวจท้องที่ สภ.กระทุ่มแบน ว่าฝ่ายรักษาความสะอาดของห้างดังกล่าวพบสิ่งของซึ่งมีลูกค้าที่มาใช้บริการทำหล่นไว้ ทางห้างสรรพสินค้าได้แจ้งให้สายตรวจ สภ.กระทุ่มแบน มาตรวจสอบ โดยจากตรวจสอบกล้องวงจรปิดของห้าง พบข้อมูลว่า บุคคลที่ทำของหล่นไว้เป็นหญิงสาวชาวเมียนมาที่มาซื้อของในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และเผลอทำของหล่นเอาไว้

ต่อมาสายตรวจท้องที่ สภ.กระทุ่มแบน จึงประสานมายัง ตม.จว.สมุทรสาคร ให้ช่วยตรวจสอบข้อมูล เพื่อติดตามหาตัวหญิงสาวเมียนมาคนดังกล่าว ซึ่ง พ.ต.อ.สุเมธ เจนวงศ์พิทักษ์ ผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.เศรษฐพงศ์ ชูเมือง รอง ผกก.ตม.จว.สมุทรสาคร, พ.ต.ท.จิรายุ เชิดฉาย สว.ตม.จว.สมุทรสาคร พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เร่งสืบค้นข้อมูล เพื่อติดตามตัวให้มารับคืนสิ่งของ คือเงินสด กระเป๋าสตางค์พร้อมเอกสารประจำตัวที่ทำหล่นไว้

ตม.จว.สมุทรสาคร ได้ใช้เทคโนโลยีระบบฐานข้อมูลสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง Biometric ค้นหาข้อมูลจากใบหน้าตามกล้องวงจรปิด จนพบข้อมูล ชื่อ MISS.NAN MYA สัญชาติเมียนมา พร้อมข้อมูลติดต่อ จึงได้ประสานตัวให้มารับคืนของที่ทำหล่น โดยเจ้าหน้าที่ห้างสรรพสินค้า สายตรวจท้องที่ สภ.กระทุ่มแบน และ เจ้าหน้าที่ ตม.จว.สมุทรสาคร ร่วมกันส่งมอบเงินสด จำนวน 89,134 บาท พร้อมกระเป๋าสตางค์และเอกสารสำคัญคืนแก่ MISS.NAN MYA

โดย MISS.NAN MYA เจ้าของเงินสด ได้เปิดเผยว่า เงินจำนวนดังกล่าว เตรียมจะนำไปชำระหนี้สิน และเป็นเงินก้อนสุดท้ายในการใช้จ่าย พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายและขอขอบคุณพลเมืองดี คุณอำไพ เจ้าหน้าที่ทำความสะอาด ที่เก็บรักษาไว้ และประสานหาทางส่งคืน