
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ บช.สอท. พล.ต.ต.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท.,พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ,พล.ต.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน, พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ,พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ , พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวกรณี “ตำรวจไซเบอร์ ทลายเครือข่ายค้า “ซิมม้า” ตัดวงจรสแกมเมอร์”
สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท.ได้สั่งการให้ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 โดย พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3 , พ.ต.อ.คัมภีร์ พรหมสนธิ, พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ ทัพวงษ์ ,พ.ต.อ.พงศ์นรินทร์เหล่าเขตกิจ ,พ.อ.พิเชียรยศ อรุณพันธกล ,พ.ต.อ.มกฤช บุญศักดิ์ , พ.ต.สรกฤช พันธ์ศรี รอง ผบก.สอท.3 และ พ.ต.ลักษณ์ปกรณ์ ลูกรักษ์ ผกก.3 บก.สอท.3 ให้ดำเนินการเร่งรัดสืบสวนปราบปราม เพื่อจับกุม
กรณีมีการลักลอบจำหน่ายซิมโทรศัพท์ผิดกฎหมาย (ซิมม้า) เพื่อนำไปใช้ในการหลอกลวงประชาชน , การพนันออนไลน์และใช้ในการกระทำผิดอื่น ซึ่งเป็นการตัดวงจรอาญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นการป้องกันอาชญากรรมก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นำโดย พ.ต.ท.เจษฎา แปงการิยา รอง ผกก.3 บก.สอท.3 พร้อมชุดสืบสวน ได้ทำการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ลงวันที่ 24 ธ.ค.2568 ในข้อหา “เป็นธุระจัดหาโฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบัคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้”
จนสืบทราบว่าบุคคลตามหมายจับดังกล่าวได้มาพักอาศัยอยู่ที่ อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งจากการสืบสวนขยายผลทางโชเชียลมีเดีย พบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายชิมโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนแล้ว ผ่านแอปฟลิเคชันเฟซบุ๊ก จึงได้เฝ้าติดตามเรื่อยมา โดยให้สายลับแฝงตัวเข้าไปทำการล่อซื้อ
ชิมโทรศัพท์ จนทราบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับมีความเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายซิมม้าจริง
ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านดังกล่าว
ตามหมายค้นของศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ 54/2569 ลง 26 ก.พ.2569 พบ ผู้ต้องหาตามหมายจับแสดงตนเป็นเจ้าของบ้าน จึงได้แสดงหมายจับและตรวจค้นบ้าน ผลการตรวจค้นพบของกลาง ซิมโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนพร้อมใช้งานอีก จำนวน 226 ซิม จึงได้ตรวจยึดไว้ตรวจสอบขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการนำซิมโทรศัพท์ไปใช้ในการกระทำความผิดเครือข่ายสแกมเมอร์และได้จับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาแก่
ผู้ถูกจับ ว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นธุระจัดหาโฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบัคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุนำตัว ส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.3 (ขอนแก่น) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สอบถามผู้ต้องหารับสารภาพว่าตนเป็นผู้ลงทะเบียนซิมจำนวน 226 ชิม ตามของกลางที่ตรวจพบจริง และนำมาจำหน่ายแก่บุคคล
ทั่วไป ในราคาซิมละ 100 บาท ทำมาตั้งแต่ปลายปี 2568 จนมาถูกจับกุนครั้งนี้
การจับกุมครั้งนี้ถือว่าเป็นการตัดวงทางอาญชากรรมทางเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นในกรณีสแกมเมอร์ เว็บไซต์พนันออนไลน์ หรือกรณีผิดกฎหมายอื่นๆ ซึ่งผู้กระทำความผิดมักใช้ซิมโทรศัพท์เหล่านี้ในการกระทำความผิดหลดหลอกลวงผู้เสียหาย ทั้งนี้ บช.สอท. จะได้ทำการสืบสวนขยายผลและติดตามจับกุม กรณีที่มีผู้กระทำความผิดลักษณะเช่นนี้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง