


ปทุมธานี ชาวสนั่นรักษ์วอนกรมทางหลวงทบทวนจุดเชื่อมมอเตอร์เวย์วงแหวนรอบ 3 หวั่นกระทบถนนชุมชน ทางเข้าโรงพยาบาล
เปิดเวทีรับฟังความเห็นนัดสำคัญ! ชาวบ้านย้ำไม่ได้ต้านความเจริญ แต่ห่วงการใช้ “ถนนบริจาค” เป็นทางเชื่อมมอเตอร์เวย์จะทำจราจรวิกฤต กระทบความปลอดภัยสถานศึกษาและ รพ. ด้านผู้จัดการโครงการแจงแผนสร้าง “ทางขนาน” ตลอดแนวเพื่อลดผลกระทบ เตรียมสรุปแผนเมษายนนี้
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมชั้น 1 สำนักงานเทศบาลเมืองสนั่นรักษ์ จ.ปทุมธานี กรมทางหลวงได้จัดเวทีประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นภาคประชาชน ครั้งสุดท้าย ก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการมอเตอร์เวย์วงแหวนรอบที่ 3 (ด้านตะวันออก) โดยมี นายสมยศ พลสว่าง ปลัดอำเภออาวุโส เป็นประธานการประชุม ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด หลังชาวบ้านในพื้นที่เข้ารับฟังและสอบถามเรื่องการเวรคืนที่ดินจำนวนมาก
ส่วนประเด็นหลักที่ภาคประชาชนไม่เห็นด้วย คือการที่กรมทางหลวงมีแผนจะเชื่อมต่อมอเตอร์เวย์เข้ากับเส้นทางถนน 8 เลนเดิมในพื้นที่ ซึ่งเป็นที่ดินที่ชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธา “บริจาคให้” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้า-ออก โรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี และรองรับนักเรียนบริเวณ โรงเรียนสารสาสน์วิเทศปทุมธานี
โดย คุณหมอชยวัฒน์ พิเศษสิทธิ์ เจ้าของที่ดินที่ติดกับโครงการเภสัขกรรมและบริจาคที่ดินให้ขยายถนนเป็น8เลนเพื่อให้เข้าออกโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณ์ธัญบุรีกล่าวว่า ถือเป็นโครงการที่ดีเป็นโครงการที่น่าจะมีการสานต่อเพียงแต่อยากให้มีการปรับเปลี่ยนทางเลือกซึ่งเรามีทั้งคัดค้านและข้อเสนอแนะให้ ซึ่งทางหลวงเองเลือกเชื่อมต่อตรงจุดนี้เพียงเพราะเห็นว่ามีถนนกว้างอยู่แล้ว เพื่อลดต้นทุนโครงการและประหยัดงบประมาณถือเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรมต่อชุมชน ซึ่งหวั่นกระทบหนักทั้งวิกฤตจราจรที่อาจขวางทางรถฉุกเฉิน มลพิษทางเสียง และความปลอดภัยของเด็กนักเรียน อยากให้พิจารณาให้ถี่ถ้วน
ด้าน นายวินัย ทองขาว อายุ 64 ปี ประธานหมู่บ้านจิตภาวรรณ ม.1 ต.บึงน้ำรักษ์ ได้สะท้อนมุมมองของชาวบ้านในพื้นที่ว่า คนแถวส่วนมากเขาปลูกบ้านอยู่ริมคลอง แล้วที่ดินเขาก็ติดถนน เขาก็กลัวกันว่าถ้าถนนมา เขาจะถูกเวนคืนไหม แล้วเรื่องมลพิษ เรื่องฝุ่น เรื่องเสียง แต่ใจจริงเขาก็อยากให้ความเจริญเข้ามา เพราะว่าถ้าเกิดเขาไม่เอาเนี่ย กรมชลฯ เขาก็มาไล่อยู่ดี สู้เราเอาโครงการนี้มา แล้วเราก็ได้สิทธิประโยชน์ ได้การเยียวยา มันก็น่าจะดีกว่า
ส่วน นายเปรมวุฒิ จันทร์ธนวงษ์ วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ ในฐานะผู้จัดการโครงการฯ ได้ชี้แจงถึงรายละเอียดทางเทคนิคเพื่อสร้างความเข้าใจกับชุมชนว่า สำหรับช่วงที่ 3 นี้นะครับ แนวเส้นทางจะเริ่มตั้งแต่ ทล.305 นะครับ หรือถนนรังสิต-นครนายกครับ ตัดผ่านอำเภอธัญบุรี อำเภอลำลูกกา นะครับ แล้วก็ไปสิ้นสุดที่ ทล.34 หรือถนนบางนา-ตราด รูปแบบโครงการส่วนใหญ่นะครับ เราจะออกแบบเป็นทางยกระดับครับ และที่สำคัญนะครับ เราจะมี ‘ทางขนาน’ หรือ Service Road ตลอดแนวเส้นทางครับ เพื่อที่จะแก้ปัญหาที่ดินตาบอด แล้วก็ช่วยกระจายความเจริญเข้าสู่ชุมชนได้ดียิ่งขึ้นครับ ตอนนี้เราอยู่ในการประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 2 นะครับ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดเราจะนำไปปรับปรุง แล้วก็จะมีการประชุมสรุปโครงการอีกครั้งในช่วงเดือนเมษายนนี้ครับ”
แม้ภาครัฐจะยืนยันเรื่องการสร้างทางขนาน แต่กลุ่มผู้คัดค้านยืนยันว่า ไม่ได้ต้านการพัฒนาจังหวัด แต่ต้องไม่ทำลายชุมชนเดิม” พร้อมเรียกร้องให้กรมทางหลวงกลับไปใช้แผนทางออกอื่นที่แยกออกจากพื้นที่ชุมชนอย่างชัดเจน เพื่อรักษาวัตถุประสงค์เดิมของถนนที่ชาวบ้านยอมเสียสละบริจาคที่ดินให้