
‘สืบภาค 1’ตะครุบทันควันแก๊ง‘บัญชีม้าไทย-เวียดนาม’ ตุ๋นเหยื่อ 22 เคส เสียหายกว่า 19 ล้าน
28 มกราคม 2569 พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ รอง ผบช.ภ.1/โฆษก ตร.ภ.1 , พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 , พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ๋ยพันธวงศ์ ผบก.กค.ภ.1/รองโฆษก ตร.ภ.1 เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.ภาณุเดช สุขวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.พีรศักดิ์ รอดบน รอง ผบก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร รอง ผบก.สส.ภ.1, พ.ต.อ.วิทิต จันทร์เอี่ยม รอง ผบก.สส.ภ.1,พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณ รอง ผบก.สส.ภ.1 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.สส.2 บก.สส.ภ.1 นำโดย พ.ต.อ.นัฎฐพงษ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.นภธร วาชัยยุง ผกก.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.ภ.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.2 บก.สส.ภ.1 , เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ
ร่วมกันทำการจับกุมตัว ผู้ต้องหา 7 คน
ทั้งหมดต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและ มีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย กระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่และสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเป็นซ่องโจร หรือร่วมกันประชุมในที่ประชุมอั้งยี่หรือซ่องโจร, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่าหรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฟอกเงิน, ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่าหรือให้ยืม บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์”
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 ม.ค.69 เจ้าพนักงานตำรวจ บก.สส.ภ.1 เปิดปฏิบัติการเพื่อจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับบัญชีม้า โดยได้ให้สายลับปลอมตัวเป็นผู้ให้ใช้บัญชีม้า ต่อมากลุ่มผู้กระทำความผิดได้ใช้บัญชีสายลับ รับโอนเงินที่ได้จากการกระทำความผิด และให้สายลับไปถอนเงินสดที่ธนาคาร สาขาในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านลาดพร้าว โดยมียอดเงินเข้ามายังบัญชีของสายลับ 2 รายการ เป็นเงินรวมจำนวนทั้งสิ้น 245,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถอายัดไว้ได้ทันทั้งหมด
จากการสืบสวนขยายผลกลุ่มผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับคดี 22 เคส รวมมูลค่าความเสียหาย 19,084,852 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินการตามโครงการ Money Cash Back ให้กับผู้เสียหายและออกรายงานการสืบสวนให้กับสถานีตำรวจที่รับแจ้งความไว้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป