อย่าหาทำ! ตม.ตาไว รวบสองผู้ต้องหาจีน ปลอมรอยตราประทับวีซ่าตบตาเจ้าหน้าที่

อย่าหาทำ! ตม.ตาไว รวบสองผู้ต้องหาจีน ปลอมรอยตราประทับวีซ่าตบตาเจ้าหน้าที่ หวังขอต่อวีซ่าระยะยาว
ตามนโยบายเน้นหนัก ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เกี่ยวกับการปราบปรามคนต่างด้าว ที่กระทำความผิดกฎหมายอาญา ในทุกรูปแบบอาชญากรรม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายคนเข้าเมือง หนังสือเดินทางและตราประทับของทางราชการต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงของ สตม.

ซึ่งพฤติการณ์ที่เป็นที่มาของการจับกุมผู้ต้องหาครั้งนี้ ถูกเปิดเผยขึ้นหลังจาก พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ที่รับผิดชอบงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ธวัชชัย หนองบัว ผกก.3 บก.ตม.1 และ ว่าที่ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1

กรณีสืบเนื่องมาจาก เมื่อช่วงต้นเดือน ก.ค.2568 ที่ผ่านมา ได้มี 2 บุคคล สัญชาติจีน มายื่นคำขออยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว เพื่อปฏิบัติงานช่างฝีมือให้กับบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง ผ่านระบบสำหรับยื่นคำขอออนไลน์ ซึ่งผลการตรวจสอบคำขอเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองพิจารณาแล้วเห็นว่า รอยตราประทับขาเข้าที่ปรากฏบนหนังสือเดินทาง เป็นการผ่อนผันการตรวจลงตราให้เข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อการท่องเที่ยว 60 วัน ซึ่งจะไม่สามารถขออยู่ในราชอาณาจักรต่อไปอีกได้ เนื่อจากขัดต่อระเบียบและหลักเกณฑ์ โดยเจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ เดินทางออก หรือขอเปลี่ยนประเภทการตรวจ ลงตราก่อนและต้องมายื่นเอกสารด้วยตนเอง
ต่อมาตามวันเวลาเกิดเหตุ คือวันที่ 24 ก.ค. 68 จึงได้ มาพบเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองด้วยตนเอง ณ ศูนย์บริการของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 บริเวณชั้น 6 ห้างสรรพสินค้า One Bangkok ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

โดย ได้ยื่นหนังสือเดินทางสัญชาติจีนของตน เพื่อแสดงให้กับเจ้าหน้าที่พิจารณา เจ้าหน้าที่เห็นความผิดสังเกต เกี่ยวกับรอยตราประทับขาเข้า ที่ปรากฏบนหนังสือเดินทางฉบับดังกล่าว มีร่องรอยการขีดฆ่าและแก้ไขตัดทอน โดยเติมข้อความ เปลี่ยนจากเดิมคำว่า “ผ.60-ม.17” เป็น “NON-IB” เพื่อให้สามารถยื่นคำร้องขออยู่ในราชอาณาจักรต่อไปได้ จึงได้แจ้งผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นให้ทราบและประสานแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน กองกำกับการสืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1

นำโดย พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 และ พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 มาตรวจสอบ โดยจากการสอบปากคำเบื้องต้นในชั้นจับกุม ปฏิเสธว่า ตนมิได้เป็นผู้ขีดฆ่าและแก้ไขข้อความบนรอยตราประทับของหนังสือเดินทางของตน แต่ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า คนอื่น ซึ่งพาตนมาต่อวีซ่าเป็นผู้ทำการขีดฆ่าและแก้ไขเติมข้อความลงในหนังสือเดินทางของตน ก่อนเข้ามายื่นเอกสารให้กับเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม

จึงสอบถาม พร้อมให้การรับสารภาพ จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ปลอมขึ้นซึ่งดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราอันใช้ในการตรวจลงตราสำหรับเดินทางต่างประเทศ” และแจ้งข้อกล่าวหา ด้วยว่า “ใช้ดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราที่ทำปลอมขึ้น” ส่ง พงส.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สตม. ขอเรียนประชาสัมพันธ์พี่น้องประชาชนว่า การกระทำดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นด้วยเจตนาทุจริตก็ดี หรือด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย ความผิดต่อหนังสือเดินทาง หรือรอยตราประทับที่ใช้ในการเดินทางระหว่างประเทศ ยังถือเป็นภัยต่อความมั่นคง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่ชาติและสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้กำชับและกวดขันในการปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างจริงจังมาโดยตลอด โดยความผิดดังกล่าวมีอัตราโทษสูง คือจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท นอกจากนี้ การใช้ดวงตรา รอยตรา หรือแผ่นปะตรวจลงตราที่ทำปลอมขึ้น ก็มีโทษเช่นเดียวกัน หากพี่น้องประชาชน หรือผู้สื่อข่าว มีเบาะแส หรือพบการกระทำที่เป็นความผิดในลักษณะดังกล่าว กรุณาแจ้งสายด่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบทันที ที่หมายเลข 1178

สมเกียรติ ทรัพย์เฉลิม รายงาน

ใส่ความเห็น