ตร.ภ.1  ตัดวงจรอุบาทว์ ยึดซิมบ็อกซ์ โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์

” สนองนโยบาย สร.1และ พิทักษ์1 รอง ผบช.ภ.1และ ผบก.สส.ภ.1นำกำลังตำรวจภูธรภาค1 เข้าทลายเครือข่ายแก๊งค์คอลเซนเตอร์พร้อมอุปกรณ์ในการกระทำความผิด ในเขตพื้นที่ภาค1และเขตพื้นที่ต่อเนื่อง ตัดวงจรอุบาทว์

ที่ ตร.ภ.1  พล.ต.ต.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ โฆษก ตำรวจภูธรภาค1 และ พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ร่วมกันเปิดเผยว่า
ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ
พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1
‘ภาค 1’ลุยยึดซิมบ็อกซ์ โยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สวมรอยจนท.ไฟฟ้า ตุ๋นคืนค่ามิเตอร์

6 เมษายน 2568 พล.ต.ต.ธวัชชัย นาคฤทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รอง ผบช.ภ.1) และโ ฆษก บช.ภ.1 และ พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ร่วมกันเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 เม.ย.68 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 , พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1 ชุดตรวจค้นนำโดย พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.ประธาน นันทกอบกุล รอง ผบก.สส.ภ.1 , พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผกก.สส.1 , พ.ต.อ.นัฏฐพงศ์ ศรีเพ็ญประภา ผกก.สส.2 , พ.ต.อ.ชินโชติ วัฒนธนพ ผกก.สส.3 พร้อมตำรวจ บก.สส.ภ.1 , ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และตำรวจ สน.ท่าข้าม นำโดย พ.ต.อ.วิชานนท์ เอกตาแสง ผกก.สน.ท่าข้าม นำหมายค้นศาลอาญาธนบุรี ลงวันที่ 4 เมษายน 2568 เข้าตรวจค้นห้องพัก  ในเขตบางขุนเทียน กทม.
สืบเนื่องจากตำรวจ บก.สส.ภ.1 ได้ตรวจสอบเคสไอดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัว แล้วหลอกให้โอนเงิน โดยพื้นที่เกิดเหตุ สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา แจ้งว่า เมื่อวันที่ 18 มี.ค.68 ผู้เสียหายถูกหลอกลวงลักษณะมิจฉาชีพ โทร.มาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ให้ทำการแอดไลน์ทำเรื่องเอกสาร พร้อมส่งลิงก์ให้ทำตามขั้นตอน หลอกลวงว่าจะคืนเงินค่ามิเตอร์ไฟฟ้าให้

ภายหลังติดต่อไม่ได้ จึงทราบว่าเป็นมิจฉาชีพ มูลค่าความเสียหายรวมโดยประมาณ 17,777 บาท จากการตรวจสอบข้อมูลระบบรับแจ้งความออนไลน์ พบว่ามีความเชื่อมโยงกับ Case ID อีกจำนวน 8 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 3 แสนบาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อ-นามสกุล คนเช่าห้องพักที่เกี่ยวข้องกับไอดีดังกล่าว คือ คนไทย มีชายไต้หวันเป็นคนว่าจ้างให้เปิดห้องพัก
เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้น พบเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด (Sim box) ชนิดใส่ได้ 32 ซิม/เครื่อง จำนวน 3 เครื่อง 2.เราเตอร์สัญญาณอินเตอร์เน็ต 1 เครื่อง 3.กล้องวงจรปิด 1 ตัว 4.ปลั๊กสามตา 4 ตัว และ 5.เครื่องสำรองไฟ 1 เครื่อง จึงได้ทำการตรวจยึดส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่าห้องดังกล่าวมีชาวไต้หวันเป็นผู้เช่าห้อง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวมีความผิดฐาน “ร่วมกันทำ มีใช้ นำเข้า นำออกหรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต, ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต” ชุดตรวจค้นจะได้ทำการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตามกฎหมายต่อไป

ใส่ความเห็น