


🗓️ วันที่ 11 มี.ค. 68 เวลา 11.00 น.
👮♂พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 ประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย
พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.อภิชาติ วรรณภักดิ์ รอง ผบช.ภ.1
ผบก.ในสังกัด ภ.1
▶️ ตามที่ นายกรัฐมนตรี ขีดเส้น 30 วัน ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าปราบปราม กวาดจับบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเด็ดขาด
▶️ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. จึงได้สั่งการให้ทุกกองบัญชาการ เพิ่มความเข้มในการสืบสวนจับกุม แหล่งเก็บ ร้านขายบุหรี่ไฟฟ้า และร้านค้าออนไลน์
▶️ ตำรวจภูธรภาค 1 โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.ภ.1 และ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รอง ผบช.ภ.1 ได้กำชับและติดตามผลการปฏิบัติของหน่วยในสังกัด ให้ดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร.อย่างจริงจัง โดยตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.68 ถึง 9 มี.ค.68 (12 วัน) ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมคดีเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งสิ้น 145 คดี แบ่งเป็น
1) จับกุมรายใหญ่และรายสำคัญ (มูลค่าของกลางตั้งแต่ 500,000 บาทขึ้นไป หรือเป็นการกระทำในรูปแบบออนไลน์ หรือกระทำเป็นเครือข่าย) จำนวน 11 คดี ผู้ต้องหารวม 20 คน ได้ของกลาง (บุหรี่ไฟฟ้าชนิดต่างๆ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการกระทำความผิด) รวม 69,066 ชิ้น มูลค่าของกลาง 11,612,650 บาท
2) จับกุมรายย่อย จำนวน 134 คดี ผู้ต้องหา 137 คน ของกลาง 8,487 ชิ้น มูลค่าของกลาง 3,035,350 บาท
▶️ ผลการจับกุมยาเสพติด และคดีเกี่ยวกับทรัพย์ที่สร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชน 5 คดี ซึ่งเป็นคดีที่สามารถทำการจับกุมได้ ในห้วงวันที่ 7 – 9 มี.ค.68
📍 คดีที่ 1 ตรวจยึดยาไอซ์ 520 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 9 มี.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเบาะแสว่า ภายใน อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี น่าสงสัยว่าจะมียาเสพติดซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก สภ.ลำลูกกา , กก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี, บก.สส.ภ.1 และ พฐ.จว.ปทุมธานี เข้าตรวจสอบและตรวจค้นโกดังดังกล่าว
ผลการตรวจค้น พบของกลาง ดังนี้
1) ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) น้ำหนักประมาณ 520 กิโลกรัม
2) ตู้แช่เย็น ขนาด 154 กก. จำนวน 2 ตู้
3) ตู้แช่เย็น ขนาด 135 กก. จำนวน 2 ตู้
4) กล่อง GPS สีดำ พร้อมซิมการ์ดโทรศัพท์ จำนวน 2 ชุด
อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนขยายผลหาตัวผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
📍 คดีที่ 2 จับกุมผู้ต้องหาลักทรัพย์คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กในร้านกาแฟ
ในวันที่ 8 มี.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.1 บก.สส.ภ.1, กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี และ สภ.เมืองนนทบุรี ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามหาคนร้าย สามารถจับกุมผู้ต้องหา และติดตามคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (ของกลาง) คืนได้ที่ร้านค้าภายในตลาดนัดจตุจักร 2 เขตมีนบุรี กทม. ซึ่งผู้ต้องหานำมาขายไว้ในราคา 5,000 บาท
📍 คดีที่ 3 จับกุมผู้ต้องหาเป็นชาวต่างชาติ ทุบกระจกรถยนต์ลักเงินสด 1.5 ล้านบาท ในวันที่ 8 มี.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.1 บก.สส.ภ.1, กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี และ สภ.เมืองนนทบุรี ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามหาคนร้ายและ สามารถจับกุมผู้ต้องหา เป็นชายชาวต่างชาติ พร้อมด้วยของกลาง ดังนี้
1) รถจักรยานยนต์ สีขาว จำนวน 1 คัน
2) เงินสด จำนวน 187,850 บาท
3) โทรศัพท์
4) เครื่องตัดสัญญาณกันขโมย flipper zero
📍 คดีที่ 4 จับกุมผู้ต้องหาชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ โดยในวันที่ 6 มี.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี ได้ออกสืบสวนติดตามหาคนร้าย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ภายในวันเดียวกัน พร้อมด้วยของกลาง ดังนี้
1) โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ซัมซุง รุ่น เอ 25 จำนวน 1 เครื่อง (ของผู้เสียหาย)
2) รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า จำนวน 1 คัน
3) สิ่งเทียมอาวุธปืน จำนวน 1 กระบอก
4) แม็กกาซีนสิ่งเทียมอาวุธปืน จำนวน 1 อัน
📍 คดีที่ 5 จับกุมผู้ต้องหาชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ แล้วขับขี่ไปทำร้ายผู้อื่นด้วยอาวุธมีดบาดเจ็บสาหัส สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 7 มี.ค.68 เวลาประมาณ 18.30 น. สภ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุจากผู้เสียหายเหตุที่ 1 ว่า ขณะจอดรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น Nmax สีเทา ไว้ที่บริเวณถนนเลียบคลองสอง ปากซอยบงกช 16 หมู่ 4 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี และยืนรอเพื่อนอยู่ ได้มีคนร้ายเป็นชายเดินเข้ามาหาและได้ใช้อาวุธมีดพยายามจะทำร้าย ผู้เสียหายจึงได้วิ่งหลบหนี แล้วคนร้ายได้ชิงทรัพย์ เอารถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายขับขี่หลบหนีไป
ต่อมาในวันเดียวกัน (7 มี.ค.68) เวลาประมาณ 19.30 น. สภ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี ได้รับแจ้งอีก 1 เหตุ เป็นเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน ฝั่งขาเข้า หน้าหมู่บ้านเกศรี 5 หมู่ 2 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี จึงได้ร่วมกันทำการสืบสวนทราบว่า คนร้ายที่ใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหายเหตุที่ 2 บาดเจ็บสาหัส เป็นคนเดียวกันกับคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายเหตุที่ 1
ต่อมาในคืนวันเดียวกัน สามารถจับกุมผู้ต้องหา พร้อมด้วยของกลาง ดังนี้
1) รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น Nmax สีเทา จำนวน 1 คัน (มีคราบเลือดติดอยู่)
2) เสื้อเชิ้ต กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ (มีคราบเลือดติดอยู่)
3) อาวุธมีดสั้นปลายแหลม จำนวน 1 เล่ม (มีคราบเลือดติดอยู่)
📌 ณ ตำรวจภูธรภาค 1