
และมีหมายจับตำรวจสากลฉ้อโกงประชาชน
วันที่ 19 มิ.ย.66 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ ผบก.ตม.4 พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รอง ผบก.ตม.4 และ พ.ต.อ.สำราญ กลั่นมา ผกก.สส.บก.ตม.4 ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.พิศุทธิ์ สุวรรณภาษิต สว.ตม.จว.บุรีรัมย์ นำกำลัง จนท.ชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.บุรีรัมย์ สนธิกำลังกับ กก.สส.บก.ตม.4 และ กก.2 บก.สส.สตม. จับกุม ชายสัญชาติ เกาหลีใต้ โดยกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” (Overstay 26 วัน) พฤติการณ์กล่าวคือ เขาได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ด้วยเหตุผล อุปการะภรรยาไทย จาก ตม.จว.บุรีรัมย์ จนถึงวันที่ 18 พ.ค.66 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่าไม่มีการขออยู่ต่อในราชอาณาจักร และยังไม่พบข้อมูลการเดินทางออก จึงทำการสืบสวนติดตามจนทราบว่า ได้ย้ายไปพักอาศัยย่าน ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ กรุงเทพฯ และต่อมาได้พบตัวบริเวณดังกล่าว และเมื่อตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายแดง (Red Notice) ขององค์การตำรวจสากล (INTERPOL) ที่สาธารณรัฐเกาหลี ต้องการตัวในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน โดยมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายในประเทศเกาหลีใต้ ว่าตนเองจะได้รับมรดกแต่ต้องจ่ายเงินให้ศาลก่อน แล้วให้ผู้เสียหายโอนเงินมาให้ยืมสำหรับใช้ต่อสู้คดีจำนวน 66 ล้านวอน และโทรหลอกลวงผู้เสียหายขอยืมบัตรเครดิตไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีจำนวน 17 ล้านวอน รวมมูลค่าความเสียหาย 83 ล้านวอน (2.2 ล้านบาท) โดยทั้งหมดเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาคภูมิพิพัฒน์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ให้มีการกวดขันระดมกวดล้างอาชญากรรมโดยเฉพาะฐานความผิดเกี่ยวกับคนต่างด้าวที่อยู่เกินกำหนดอนุญาต ตั้งแต่วันที่ 7-21 มิ.ย.66 และขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่ากรณีคนต่างด้าวต้องการอยู่ในราชอาณาจักรต่อไป ต้องยื่นเรื่องขออยู่ต่อฯ กับ ตม.จว.ที่ตนเองมีการแจ้งที่พักอาศัยให้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ มิเช่นนั้นจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และอาจถูกจับกุมดำเนินคดีและถูก Black list ห้ามเข้าประเทศ